17 สิงหาคม 2562 จังหวัดสุรินทร์แล้งหนัก ‘ห้วยเสนง–อำปืด’แห้ง ไม่มีน้ำดิบใช้ผลิตประปา

ที่มา: https://www.naewna.com/local/433845
นายกฯเตรียมนำคณะลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์-บุรีรัมย์ หารือผู้ว่าฯ 20 จังหวัดภาคอีสาน บูรณาการงานการจัดการน้ำฤดูฝนและช่วงแล้ง 19 สิงหาคม ‘อธิบดีฝนหลวง’ เผยอ่างห้วยเสนง -ห้วยอำปืด แห้งเกลี้ยงเขื่อน ไม่มีน้ำดิบผลิตประปา ขณะที่ภาคเหนือ อำเภอปาย ทางการแจ้งเตือนราษฎรรับมือน้ำป่าไหลหลาก เข้าท่วมหลังฝนตกชุก เจ้าหน้าที่ปากช่องเฝ้าระวังน้ำป่าเขาใหญ่ เตือนประชาชนในพื้นที่รับมือ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เตรียมนำคณะลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง และการขาดแคลนน้ำ พร้อมเป็นประธานการประชุมผู้ว่าราชการจังหวัด 20 ภาคอีสาน บูรณาการบริหารจัดการน้ำ โดยเฉพาะน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ และจังหวัดบุรีรัมย์ ในวันที่ 19 สิงหาคม 2562 โดยกำหนดการในช่วงเช้า นายกรัฐมนตรีจะนำคณะสังเกตการณ์ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยเสนงโครงการชลประทานสุรินทร์ ฟังบรรยายสรุปภาพรวมการบริหารจัดการน้ำ และแนวทางการให้ความช่วยเหลือและปล่อยขบวนรถบรรทุกน้ำเพื่อช่วยเหลือประชาชนด้านการอุปโภคบริโภค บริเวณที่ทำการโครงการชลประทานสุรินทร์ พร้อมเป็นประธานการประชุมการแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำในพื้นที่ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด ณ ศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ จากนั้นในช่วงบ่าย จะตรวจเยี่ยมอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก โครงการชลประทานบุรีรัมย์ และฟังบรรยายสรุปภาพรวมสถานการณ์น้ำ การบริหารจัดการน้ำ แนวทางการแก้ไขปัญหา และสถานการณ์น้ำอุปโภคบริโภคในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในเย็นวันเดียวกันนายกรัฐมนตรี จะนำรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย นายกฯลงพื้นที่เพื่อไปดูสถานการณ์น้ำแล้ง และไปดูการทำงานของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากการทำงานในบางครั้งไม่ได้มีการวางแผนล่วงหน้า ในช่วงที่ฝนไม่ตก เพราะถ้าเราไม่มีน้ำก็จะส่งผลกระทบกันไปหมด จึงต้องมาดูมาตรการว่าอะไรดีที่สุด ไม่ใช่มัวแต่ไปทำโครงการ เพราะกว่าจะเสร็จใช้เวลา 1-2 เดือนน้ำก็ท่วมอีก ฉะนั้นเราจะต้องดูว่าอะไรที่เหมาะสม ในส่วนของตนถ้าเกิดอะไรขึ้นฉุกเฉินก็จะส่งรถน้ำลงไปเลย ถือเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุด ก่อนหน้านี้ตนได้ลงพื้นที่เห็นการช่วยเหลือขององค์การบริหารส่วนตำบล และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็น่าชื่นชม ย้ำว่าเราต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก่อน อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่าวันนี้อากาศยานมาเสริมอีก 6 ลำ ของกองทัพอากาศ (ทอ.) 5 ลำและกองทัพบก (ทบ.) 1 ลำ พร้อมกำลังพล 88 นาย ได้เข้าปฏิบัติการที่หน่วยฝนหลวงจังหวัดเชียงใหม่ 1ลำ จังหวัดนครราชสีมา 4 ลำ และจังหวัดลพบุรี 1 ลำ ซึ่งประชาชนอาจสงสัยว่าทำไมอากาศยานมาสนับสนุนไม่มากเพราะต้องมีการดัดแปลงเจาะท้องเครื่องบินติดกรวยโปรยสาร และ ทอ.เคยร่วมปฏิบัติการกับกรมฝนหลวงฯ ส่วนเครื่องบินอื่นๆถ้ายังไม่มีการดัดแปลงจึงมาร่วมไม่ได้ พร้อมกันนี้รมช.เกษตรฯได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสรุปปัญหาภัยแล้ง มาตรการแก้ไขเฉพาะหน้า ระยะกลางและระยะยาว เพราะสภาพน้ำแห้งขอดของอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง อ่างเก็บน้ำห้วยอำปืด ไม่สามารถส่งน้ำดิบผลิตประปาได้ การปฏิบัติการฝนหลวงเมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา ทำให้มีฝนตก 23 จังหวัดถือว่าประสบผลสำเร็จในการบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกรได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง หลายพื้นที่มีฝนตกเฉลี่ย 5-20 มม.และภารกิจเติมน้ำเขื่อนส่งผลให้เขื่อนขนาดกลางมีน้ำเพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีน้ำใช้การต่ำกว่าร้อยละ 30 จำนวน 170 แห่ง ลดเหลือ 167 แห่ง นักอุตุนิยมวิทยาปฏิบัติการ สถานีอุตุนิยมวิทยาแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่าได้รับแจ้งจากบ้านเมืองน้อย ตำบลเวียงเหนือ อำเภอปาย ว่า ได้เกิดฝนตกหนักตลอดคืนและยังตกต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยสามารถวัดปริมาณน้ำฝนได้ 93.0 มม. และยังมีฝนตกตลอด จึงขอเตือนให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอปาย โดยเฉพาะผู้อาศัยอยู่ที่ลุ่มริมสองฝั่งแม่น้ำปายให้ระมัดระวังน้ำปายไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนราษฎรไว้ด้วย และจากรายงานสถานการณ์ฝนของสถานีเรดาห์อมก๋อย พบว่าพื้นที่ทางตอนเหนือของอำเภอปาย คือ ที่บ้านเมืองน้อย ยังคงมีกลุ่มฝนปกคลุมหนาทึบอย่างต่อเนื่อง ผอ.ส่วนอุทกวิทยาที่ 3แม่ฮ่องสอน กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเปิดเผยว่าได้รับรายงานว่าบริเวณพื้นที่บ้านเมืองแพม ตำบลถ้ำลอด อำเภอปางมะผ้า ได้เกิดฝนตกหนักเช่นกัน ปริมาณฝนสะสม 12 ชม. วัดได้ 90.0 มิลลิเมตร ที่บ้านเมืองแพม และเกิดน้ำป่าในแม่น้ำลางจนกัดเซาะคอสะพานบ้านเมืองแพมชำรุดเสียหาย ซึ่งจากสถานการณ์ฝนดังกล่าว อาจจะทำให้ปริมาณแม่น้ำปายเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และส่งผลกระทบต่อปลายน้ำ คือ พื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เนื่องจากปริมาณฝนสะสมทางตอนเหนือมีมาก ประกอบกับมีน้ำในลำห้วยสาขาของแม่น้ำปายไหลมาสมทบอย่างต่อเนื่อง นายอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากผู้ใหญ่บ้านบ้านเมืองน้อยว่าได้เกิดฝนตกหนักตลอดทั้งคืน และช่วงเช้าที่รายงาน วัดปริมาณน้ำฝนได้ 73.0 มิลลิเมตร ซึ่งจากสถานการณ์ดังกล่าว ทางอำเภอปายได้แจ้งเตือนให้ท้องถิ่นและฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้เตือนราษฎรที่มีบ้านเรือนอาศัยอยู่ติดแม่น้ำปาย ให้เตรียมพร้อมรับมือกับเหตุอุทกภัย และควรเตรียมย้ายสิ่งของมีค่า และสัตว์เลี้ยงไปไว้บนที่สูง มีรายงานจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ฝั่ง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ว่ามีน้ำป่าจำนวนมากได้ไหลลงจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และแจ้งเตือนประชาชนที่มีบ้านเรือนใกล้ลำตะคอง ให้เฝ้าสังเกตการณ์น้ำอย่างอย่างใกล้ชิด และขณะนี้หน่วยกู้ภัยสว่างวิชชาและหน่วยงานข้างเคียงได้เฝ้าติดตามสถานการณ์ และเตรียมกำลังไว้หากมีสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน จึงขอให้ประชาชนอย่าได้ตระหนกตกใจ ให้รับข่าวสารจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้เท่านั้น